พัฒนาการเด็ก: อาหารตามวัยลูกน้อย คู่มือเลี้ยงลูก หนังสือเสริมพัฒนาการ ของเล่นเสริมพัฒนาการ การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ อาหารเด็ก เด็กสองภาษา ดนตรีเพื่อลูกรัก นิสัยการนอน ฟันน้ำนมซี่แรก ภาษาลูกน้อย หน้าที่ของบิดามารดา เลี้ยงลูกให้ฉลาด เสริมสร้างความภูมิใจให้ลูก คู่มือเลี้ยงเด็ก

พัฒนาการเด็ก
ยินดีต้อนรับสู่ แหล่งข้อมูลเกี่ยวกับลูกน้อย
พัฒนาการลูกรัก ♥ ช้าไม่ได้ อ่านเลยนะคะ
ถ้าเห็นว่าเว็บไซต์นี้ดีมีประโยชน์ โปรดช่วยบอกต่อ

อาหารตามวัยลูกน้อย

วิธีให้อาหารตามวัย
ให้เริ่มด้วยข้าวกล้องหุงรวมกับถั่ว แล้วค่อยๆ ใส่ผักทีละอย่าง หนึ่งเมนู นาน 4-5 วัน เพื่อการตรวจสอบว่าไม่มีปัญหาแพ้ อาการแพ้ คือผื่น ตาบวม ปากบวม คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย ปวดท้อง ถ่ายเป็นมูกเลือด งอแง ส่วนผลไม้และน้ำผลไม้ ค่อยเริ่มเดือนถัดไป เพื่อให้รู้จักรสชาติของผักก่อน และไม่ให้ติดหวาน

ผักที่ใช้มีดังนี้ แครอท ไชเท้า มันเทศ มันฝรั่ง มันม่วง ถั่วลันเตา ถั่วแขก ถั่วฝักยาว ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ถั่วแดง ถั่วดำ ถั่วแดง ถั่วขาว ลูกเดือย ผักกาดขาว ผักกาดเขียว ผักกาดหอม ผักกาดแก้ว กะหล่ำปลี ตำลึง ผักบุ้ง กวางตุ้ง คะน้า ผักโขม ปวยเล้ง มะรุม ยอดมะระ ผักหวาน ข้าวโพดอ่อน เห็ด หัวหอมใหญ่ บล็อกโครี่ กะหล่ำดอก แตงกวา แตงร้าน ฟักทอง ฟักเขียว อโวคาโด ควรเลือกผักออร์แกนิกจะได้สารพิษน้อยหน่อย หรือหากเป็นผัก ผลไม้ทั่วไปควรแช่ เบคกิ้งโซดา น้ำเกลือ หรือน้ำยาแช่ผัก

ส่วนของข้าวกล้องและถั่วจะสุกช้า ควรแช่น้ำทิ้งไว้ 24 ชั่วโมง ค่อยต้มให้สุกด้วยน้ำเปล่า หรือน้ำซุปผัก ไม่ปรุงรสด้วยเกลือ ซีอิ๊ว น้ำปลา น้ำตาล น้ำผึ้ง เพราะจะทำให้ลูกติดรสชาติ ไม่ดีกับสุขภาพ เมื่อข้าวและถั่วสุกดีแล้วจึงค่อยใส่ผักรอจนสุก ปล่อยให้เย็นแล้วตักใส่ช่องทำน้ำแข็ง เมื่อแข็งแล้วแกะใส่ถุงเก็บนม แยกเป็นแต่ละเมนู เก็บได้นาน 8 สัปดาห์

เวลาจะใช้ แกะออกจากถุงใส่ภาชนะที่ปลอดภัยในการอุ่นด้วยไมโครเวฟ คนให้เข้ากันดี เพราะบางจุดร้อนจัด เดี๋ยวลวกปากลูก ไม่ควรทำอาหารจากดิบเป็นสุกด้วยไมโครเวฟ เพราะอาจสุกไม่ทั่วถึง แต่ใช้เป็นการอุ่นอาหารที่สุกมาแล้ว จาน ถ้วย ช้อน ถาดน้ำแข็ง ล้างให้สะอาดด้วยน้ำยาทำความสะอาดขวดนมและน้ำเปล่า ไม่ต้องนึ่ง


ลูกอายุ 6-7 เดือน บดอาหารให้ละเอียด
เช่น ข้าวกล้องและถั่วที่ต้มน้ำซุปผักที่อุ่นแล้ว โดยปั่นหรือครูดผ่านกระชอน กินวันละมื้อเดียว ในวันแรก เริ่มป้อนเพียง 1 ช้อนโต๊ะ เวลากินข้าวแล้วฝืดคอ หัดให้ลูกกินน้ำจากถ้วยหรือหลอดดูด หรือช้อนตักน้ำป้อน หลังกินอาหารแล้วตามด้วยนมแม่จนอิ่ม ค่อยๆ เพิ่มอาหารวันละ 1 ช้อนโต๊ะ อย่าเพิ่มเร็ว เดี๋ยวท้องอืด แล้วร้องกวนตอนกลางคืน แต่ถ้าลูกไม่อยากกิน ไม่บังคับ ให้หยุดป้อน แล้วค่อยให้ใหม่วันต่อมา จนกินได้ครบมื้อ ปริมาณ 5-7 ช้อนโต๊ะ นมมื้อนั้นจะเลื่อนการกินออกไปอีก 1-2 ชั่วโมง

กรณียังไม่รู้ว่าแพ้อาหารหรือไม่ ควรให้กินมื้อเช้าหรือกลางวัน เพราะหากป้อนมื้อเย็น แล้วมีปัญหาแพ้อาหาร ลูกอาจมีอาการผิดปกติตอนกลางคืน ซึ่งสังเกตอาการได้ยากและต้องไปโรงพยาบาลเวลาฉุกเฉิน แต่ถ้ารู้ว่า ไม่มีอาการแพ้ อาจเปลี่ยนมาให้อาหารเป็นเวลาเย็น อาจมีประโยชน์ในแง่อาหารทำให้อิ่มนานขึ้น ลูกอาจหลับได้ยาวขึ้น

เดือนที่ 7 เริ่มเนื้อสัตว์
เริ่มใส่เนื้อสัตว์ลงในอาหาร บดละเอียด เริ่มเนื้อสัตว์ชนิดใหม่ทุกครั้งใช้ทีละอย่าง และใช้ซ้ำ 4-5 วันเพื่อตรวจสอบอาการแพ้ เนื้อสัตว์ที่แนะนำ ได้แก่ ไก่ หมู ปลาน้ำจืด เช่น ปลาช่อน ปลาดุก ปลานิล ปลาทับทิม ปลากราย ปลาเนื้ออ่อน ตับไก่ ตับหมู ไข่แดง (ต้องต้มให้สุกเต็มที่ หากเป็นยางมะตูม หรือ ไข่ลวกหรือไข่ที่ตอกลงไปในโจ๊ก ซึ่งสุกไม่เต็มที่ เชื้อโรคไม่ถูกทำลาย จะทำให้ถ่ายเป็นมูกเลือดได้) ปริมาณที่ใส่ต่ออาหาร 1 มื้อ คือ 1 ช้อนโต๊ะ ไม่ควรมากกว่านี้ เพราะไตจะทำงานหนัก

ส่วนไข่ขาว และอาหารทะเลให้เริ่มหลังจากอายุ 1 ขวบ เนื่องจากแพ้ง่าย หากเริ่มเร็วเกินไป อาจไปกระตุ้นทำให้เกิดปัญหาแพ้ภายหลังได้ คุณแม่อาจจะเริ่มผลไม้ปั่นละเอียด(เติมน้ำลงไปด้วย จะได้ไม่ฝืดคอและไม่หวานเกินไป) เป็นอาหารว่างอีก 1 มื้อ ปริมาณ 2-3 ช้อนโต๊ะ เช่น แอปเปิ้ล สาลี่ แคนตาลูป ชมพู่ แตงไทย แตงญี่ปุ่น ลูกพลับ ลูกพีช ลูกแพร์ พุทรา กล้วย มะม่วงสุก มะละกอสุก (หากกินผัก ผลไม้ สีเหลือง สีส้มมากๆ อาจทำให้ผิวสีเหลือง ไม่อันตราย กินต่อไปได้ ถ้าหยุดกินแล้ว กว่าจะหายเหลือง จะใช้เวลานานประมาณ 6 เดือน) ส่วนผลไม้รสเปรี้ยว เช่น ส้ม มะนาว กีวี สัปปะรด มะเขือเทศ บลูเบอรี่ สตรอเบอรี่ ให้เริ่มหลัง 1 ขวบ เนื่องจากแพ้ง่าย
ช่วง 2 ขวบแรกขนมไม่จำเป็น จะทำให้ลูกติดใจรสชาติ ไม่ชอบกินข้าว ฟันผุ เป็นโรคอ้วนได้

เดือนที่ 8 – 9 เพิ่มปริมาณและเนื้ออาหารหยาบขึ้น ตุ๋นให้นุ่ม
โดยเพิ่มข้าวเป็นสองมื้อ อาหารไม่บดละเอียด แต่ตุ๋นให้นุ่ม เวลาป้อนให้ใช้หลังช้อนบด แต่ต้องดูด้วยว่าลูกสามารถกินได้หรือไม่ ถ้าเคี้ยวแล้วกลืนได้ ไม่ติดคอ ไม่คายออกมา ไม่อมเอาไว้ในปากโดยไม่กลืน แสดงว่ากินได้ แต่ถ้ายังไม่ได้ ให้กลับไปบดละเอียดเหมือนเดิม แต่ทำให้ข้นมากขึ้นเล็กน้อย แล้วเดือนหน้าค่อยลองป้อนใหม่

อาหารตามวัยลูกน้อย


มื้อที่สาม อาหารต้มให้เริ่มเมื่ออายุ 11-12 เดือน
เมนูอาหารไม่ต้องตุ๋น เพียงแค่ต้ม แล้วดูว่าลูกกินได้หรือไม่ เด็กหลายคนเริ่มกินข้าวสวย และข้าวเหนียวได้ตั้งแต่อายุ 1 ขวบ เริ่มปรุงรสอ่อนๆ ได้ แต่ต้องดูด้วยว่า ไม่มีปัญหาท้องผูก หรือ ถ่ายออกมาเป็นอาหารไม่ย่อย เนื่องจากการกินอาหารที่หยาบมากขึ้น

พญ.สุธีรา เอื้อไพโรจน์กิจ กุมารแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านทารกแรกเกิด

ที่มา http://www.real-parenting.com/
เรียบเรียงโดย ทีมงาน พัฒนาการเด็ก
ลิงค์บทความ : http://www.พัฒนาการเด็ก.com/2012/02/baby-meal.html

0 comments:

แสดงความคิดเห็น

 

Copyright © 2011 - 2016 พัฒนาการเด็ก ส่งเสริมพัฒนาการเด็ก เลี้ยงลูกรักให้มีความสุขสมวัย