พัฒนาการเด็ก: นมผงกับนมกล่อง UHT อย่างไหนมีประโยชน์มากกว่า และ ควรให้ลูกดื่มนมกล่องตอนอายุเท่าไร คู่มือเลี้ยงลูก หนังสือเสริมพัฒนาการ ของเล่นเสริมพัฒนาการ การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ อาหารเด็ก เด็กสองภาษา ดนตรีเพื่อลูกรัก นิสัยการนอน ฟันน้ำนมซี่แรก ภาษาลูกน้อย หน้าที่ของบิดามารดา เลี้ยงลูกให้ฉลาด เสริมสร้างความภูมิใจให้ลูก คู่มือเลี้ยงเด็ก

พัฒนาการเด็ก
ยินดีต้อนรับสู่ แหล่งข้อมูลเกี่ยวกับลูกน้อย
พัฒนาการลูกรัก ♥ ช้าไม่ได้ อ่านเลยนะคะ
ถ้าเห็นว่าเว็บไซต์นี้ดีมีประโยชน์ โปรดช่วยบอกต่อ



นมผงกับนมกล่อง UHT อย่างไหนมีประโยชน์มากกว่า และ ควรให้ลูกดื่มนมกล่องตอนอายุเท่าไร

นมผงกับนมกล่อง UHT อย่างไหนมีประโยชน์มากกว่า และ ควรให้ลูกดื่มนมกล่องตอนอายุเท่าไร
โดย พญ.สุธีรา เอื้อไพโรจน์กิจ กุมารแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านทารกแรกเกิด


นมที่ดีที่สุดสำหรับเด็กทุกอายุคือ นมแม่ เนื่องจาก ในน้ำนมแม่มีสารอาหารครบถ้วนที่จำเป็นสำหรับเด็กนำไปใช้ในการเจริญเติบโตและพัฒนาสมอง มีสารภูมิคุ้มกันช่วยป้องกันการติดเชื้อ และไม่มีโปรตีนแปลกปลอมที่กระตุ้นให้ร่างกายสร้างสารต่อต้านจนเกิดเป็นโรคภูมิแพ้ในภายหลัง

ส่วนนมวัว (นมสด 100% หรือนม UHT) มีสัดส่วนทางโภชนาการไม่เหมาะที่จะเป็นอาหารหลักสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 1 ขวบ เนื่องจากมีคาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมันที่มากเกินไป ลำไส้และไตของเด็กทารกยังทำงานได้ไม่เต็มที่ จึงย่อยและกำจัดของเสียที่เกิดขึ้นไม่ไหว ทำให้เด็กมีปัญหาเรื่องการย่อย ท้องอืด ท้องเสีย และไตทำงานหนักเกินไป ขณะเดียวกันในนมวัวมีสารอาหารไม่ครบถ้วน เช่นธาตุเหล็ก วิตะมิน และแร่ธาตุต่างๆ และเนื่องจากเด็กยังมีความจำกัดในการย่อยอาหารชนิดอื่นๆ การให้ข้าวบดในช่วงวัยนี้จึงเป็นแค่อาหารเสริม แหล่งอาหารหลักจึงมาจากนม จึงต้องนำมาดัดแปลงลดสารบางอย่าง เพิ่มสารบางอย่าง เพื่อให้นมวัวมีสารหลักต่างๆ ใกล้เคียงกับที่มีอยู่ในนมแม่ เรียกว่า นมผงดัดแปลงสำหรับใช้เลี้ยงทารก

อย่างไรก็ดีความรู้ในปัจจุบัน เรายังไม่ทราบว่าในนมแม่มีสารทั้งหมดกี่ชนิด จึงยังไม่มีนมผงยี่ห้อใดในโลกที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับนมแม่ ดังนั้นหากให้นมแม่ได้ ควรให้นมแม่ให้นานที่สุด เพราะผลการวิจัยพบว่าเด็กที่ดื่มนมแม่ยิ่งนาน ยิ่งแข็งแรงและไอคิวสูง

อย่าไปเชื่อ คำพูดที่ว่า นมแม่มีประโยชน์เพียงแค่ 3 เดือน 6 เดือน แต่ควรให้นมแม่ควบคู่กับอาหารตามวัย ไปได้นานเป็นเวลาหลายปี (หากสามารถให้ได้) โดยไม่ต้องมีนมวัวเข้ามาเสริมเลย จนกระทั่งนมแม่หมดไปเอง เหมือนกับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดอื่นๆ ที่หลังจากที่หย่านมแม่แล้ว ก็กินอาหารตามธรรมชาติของสัตว์ชนิดนั้นๆ ไม่มีการกินนมของสัตว์อื่นต่อแต่อย่างใด

หลัง 1 ขวบ เด็กทานข้าวเป็นอาหารหลัก นมลดบทบาทลง เป็นเพียงอาหารเสริม นมวัวเป็นเพียงหนึ่งในอาหารที่ให้โปรตีนและแคลเซียม แต่ความรู้ในปัจจุบันพบว่า การกินนมวัวเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคภูมิแพ้ และโรคอื่นๆอีกหลายโรค ป้าหมอจึงแนะนำให้กินอาหารที่ให้โปรตีนอื่นๆ ได้แก่ นมถั่วเหลือง เนื้อสัตว์ ไข่ และถั่ว ส่วนอาหารที่ให้แคลเซียมอื่นๆ ได้แก่ ถั่วเหลือง ถั่วชนิดต่างๆ ปลาเล็กปลาน้อย ผักโขม ผักคะน้า บล็อคโคลี่ งาดำ กุ้งแห้ง

การไม่ได้กินนมวัวต่อหลังจากหย่านมแม่ เป็นเรื่องปกติจริงแท้แน่นอน เช่น คนที่กินเจ ชีวจิต มังสวิรัติ คนไทย คนจีน คนญี่ปุ่น คนลาว คนพม่า คนเขมร สมัยที่ฝรั่งยังไม่เข้ามาเผยแพร่อาหารการกินแบบตะวันตก

หากอยากได้สารดีเอชเอ ให้กินจากอาหารธรรมชาติ เช่น อโวคาโด ปลาน้ำจืด ปลาทะเล สาหร่าย น้ำมันคาโนล่า ถั่วเมล็ดแห้ง เมล็ดพืช เช่น เมล็ดฟักทอง เมล็ดดอกทานตะวัน เมล็ดแฟล็กซ์ เมล็ดงาดำ เมล็ดงาขาว เป็นต้น

ส่วนดีเอชเอสังเคราะห์ที่ใส่ในนมผง แล้วโฆษณาว่า ทำให้เด็กฉลาดขึ้น เป็นเรื่องไม่จริง เพราะงานวิจัยที่ทำโดยผู้ไม่มีส่วนใดส่วนเสียกับบริษัทนมผง พบว่า ไม่มีความแตกต่างกันระหว่างนมที่ใส่และไม่ใส่สารตัวนี้

ดีเอชเอสังเคราะห์สกัดจากสาหร่าย เชื้อรา โดยสารเคมีชื่อเฮกเซน ซึ่งเป็นมลพิษทางอากาศ และมีรายงานผลข้างเคียงของเด็กที่กินนมผงที่ใส่สารดีเอชเอสังเคราะห์ จำนวนหลายฉบับ เช่น ผื่น ปวดท้อง ท้องอืด ท้องเสีย อาเจียน ตัวเหลือง หยุดหายใจ และชัก ซึ่งอาการหายไปหลังจากที่เปลี่ยนไปเป็นนมที่ไม่มีสารตัวนี้ผสม

ดังนั้นหลัง 1 ขวบ คุณแม่ฝึกให้ลูกทานข้าวให้ได้ครบ 5 หมู่ และทานนมกล่องได้เลยค่ะ จะได้ไม่ต้องไปเสี่ยงกับสารเคมีสังเคราะห์ที่ยังไม่เห็นประโยชน์ชัดเจน แต่อาจมีผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ แต่ที่แน่ๆ คือ ราคาแพงขึ้น เพราะต้องเสียเงินในการทำตลาดและค่าโฆษณาเกินจริงที่เห็นเกลื่อนตาในทีวีและนิตยสารทั่วไป รวมถึงการจัดอีเว้นท์ใหญ่โตเชิญนักวิชาการมาพูดแนวส่งเสริมพัฒนาการเด็ก ทำให้ผู้บริโภคเข้าใจว่า หากกินนมที่ใส่ดีเอชเอยี่ห้อนี้แล้วจะทำให้เด็กฉลาดขึ้น ทั้งๆที่ลูกฉลาดเพราะพันธุกรรม อาหารธรรมชาติ และ การเลี้ยงดูที่ดีจากพ่อแม่ต่างหากเล่า

เรียบเรียงโดย ทีมงานพัฒนาการเด็ก

ถ้าเห็นว่าบทความนี้ดีมีประโยชน์กรุณาช่วยบอกต่อด้วยนะคะ
URL: www.พัฒนาการเด็ก.com/2013/12/milk.html

4 comments:

คุณแม่ลูกสอง กล่าวว่า...

ขอบคุณสำหรับบทความดีๆ มีประโยชน์มากค่ะ

Nat Fuengfusin on 1 พฤษภาคม 2559 15:30 กล่าวว่า...

testing

Nat Fuengfusin on 1 พฤษภาคม 2559 16:04 กล่าวว่า...

อยากจะเสริมหลังจากที่ลูกน้อยหย่าจากนมแม่ เมื่อลูกน้อยควรหย่าจากพ่อแม่ ควรเลือกนมกล่องเสริมพัฒนาการเด็กที่มีสารอาหาร วิตามิน และแร่ธาตุสูง ที่เหมาะสมกับความต้องการของเด็กมากที่สุด ซึ่งนมกล่องเสริมพัฒนาการเด็กเป็นนมที่สารอาหารและวิตามินที่จำเป็นสำหรับด้านสมอง และด้านร่างกายของเด็กเป็น
นมกล่องเสริมพัฒนาการเด็กเหมาะสมกับความต้องการเด็กช่วงอายุ 1 - 6 ปี

อ้างอิงข้อมูลนมกล่องเสริมพัฒนาการเด็กจาก http://www.matichon.co.th/news/advertorial/5-สารอาหารที่ทำให้เด็กฉล

Foremost Omega Lover on 6 พฤษภาคม 2559 16:59 กล่าวว่า...

บางครั้งลูกไม่ยอมกินข้าว ลูกเบื่ออาหาร ลูกไม่ค่อยกินข้าว จึงจำเป็นต้องมีอาหารเสริมสำหรับเด็กเบื่ออาหาร อย่างเช่น นมโอเมก้า ได้ให้สารอาหารครบ 5 หมู่ควบถ้วนเหมือนกับตอนกินอาหาร

http://www.foremostomega.com/
http://foremostomegalover.blogspot.com/
http://www.matichon.co.th/news/advertorial/5-สารอาหารที่ทำให้เด็กฉล

แสดงความคิดเห็น

 

Copyright © 2011 - 2016 พัฒนาการเด็ก ส่งเสริมพัฒนาการเด็ก เลี้ยงลูกรักให้มีความสุขสมวัย