พัฒนาการเด็ก: กระตุ้นสมองเบบี้ให้ล้ำเลิศ คู่มือเลี้ยงลูก หนังสือเสริมพัฒนาการ ของเล่นเสริมพัฒนาการ การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ อาหารเด็ก เด็กสองภาษา ดนตรีเพื่อลูกรัก นิสัยการนอน ฟันน้ำนมซี่แรก ภาษาลูกน้อย หน้าที่ของบิดามารดา เลี้ยงลูกให้ฉลาด เสริมสร้างความภูมิใจให้ลูก คู่มือเลี้ยงเด็ก

พัฒนาการเด็ก
ยินดีต้อนรับสู่ แหล่งข้อมูลเกี่ยวกับลูกน้อย
พัฒนาการลูกรัก ♥ ช้าไม่ได้ อ่านเลยนะคะ
ถ้าเห็นว่าเว็บไซต์นี้ดีมีประโยชน์ โปรดช่วยบอกต่อ

กระตุ้นสมองเบบี้ให้ล้ำเลิศ

เคล็ดลับไม่ได้อยู่ที่ยาตัวไหน หรือของเล่นชิ้นใด และไม่ได้เกินความสามารถของคนจะทำได้ด้วย ว่ากันว่าคุณภาพในการดูแลลูกน้อยของพ่อแม่ ความรัก การเลี้ยงดูของพ่อแม่นี่ล่ะที่เป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยพัฒนาสมองของลูกให้เปี่ยมศักยภาพได้ แน่นอนเขามีวิธีแนะนำมาด้วยค่ะ

1. คุยกับลูก
ยิ่งคุยกับลูกน้อยมากเท่าไหร่ ลูกก็จะยิ่งพัฒนาและเรียนรู้เรื่องคำมากขึ้น ที่สำคัญขณะพูดคุยควรแสดงสิ่งของนั้นๆให้ลูกเห็นด้วย จะทำให้ลูกเข้าใจมากขึ้นและเร็วขึ้น เพราะลูกวัยนี้ยังคิดในเชิงรูปธรรมเป็นหลัก

2. อ่านหนังสือด้วยกัน
Reading Book With Baby
การอ่านหนังสือให้ลูกฟังพร้อมกับดูภาพในหนังสือนั้นไปด้วยจะช่วยพัฒนาความสัมพันธ์และอามรมณ์ความรู้สึกของคุณกับลูกให้มั่นคง ทั้งยังช่วยให้ลูกได้เรียนรู้ไปด้วย ลูกจะเรียนรู้และรู้จักจับเรื่องราวที่คุณอ่านให้ฟังได้ โดยเฉพาะเรื่องของคำศัพท์ การออกเสียงคำ การอ่านจากซ้ายไปขวา เป็นต้น นอกจากนี้ภาพในหนังสือยังช่วยให้ลูกได้เห็นได้รู้จักกับสิ่งต่างๆ ที่ลูกไม่เคยเห็นนอกเหนือจากสิ่งที่อยู่รอบตัว


3. นิ้วมือทำให้เข้าใจดีขึ้น
การใช้สัญลักษณ์เพื่อช่วยสื่อสารกับลูก ก่อนที่ลูกจะพูดโต้ตอบได้ เป็นสิ่งสำคัญค่ะ ซึ่งคุณสามารถใช้มือ นิ้วมือเป็นตัวช่วยได้ มีผลการวิจัยที่ชี้ชัดว่าสัญลักษณ์ทางภาษาส่งผลดีต่อไอคิวและพัฒนาการทางภาษาของเบบี้ โดยเขามีการศึกษาวิจัยในเด็กเบบี้จำนวนหนึ่งซึ่งเรียนเกี่ยวกับสัญลักษณ์มือ 20 สัญลักษณ์ พบว่าเด็กกลุ่มนี้สามารถพูดได้เร็วขึ้น และไอคิวก็สูงกว่าเด็กในวัยเดียวกันที่ไม่ได้เรียนเกี่ยวกับสัญลักษณ์ค่ะ

4. นมแม่ดีที่สุด
มีผลการวิจัยบอกว่าเด็กในขวบแรกที่ได้รับนมแม่ตลอด จะมีไอคิวสูงกว่าเด็กที่ไม่ได้รับนมแม่ อย่างไรก็ตามผลคะแนนที่ได้นี้สูงกว่ากันเพียงเล็กน้อยค่ะ

5. เวลาที่เหมาะสม
เบบี้ต้องการการตอบสนองอยู่ตลอด 24 ชั่วโมง เป็นเรื่องจริงค่ะ แต่กระนั้นก็ต้องการเวลาที่จะเรียนรู้หรือพัฒนาด้วยตัวเองด้วย เช่น ลูกต้องการเวลาที่จะเล่นของเล่นเอง ต้องการเวลาส่วนตัวที่จะคลานไปโน่นมานี่เอง เป็นต้น เพาะฉะนั้นเวลาตลอด 24 ชั่วโมงของลูก พ่อแม่ต้องจึงต้องสังเกตและรู้จักตอบสนองลูกให้ถูกจังหวะที่ลูกต้องการ และรู้จักปล่อยจังหวะให้ลูกได้มีเวลาของตนเอง เล่น หรือทำอะไรเองด้วย

6. ให้ความอุ่นใจ
เมื่อไหร่ก็ตามที่ลูกน้อยรู้ว่าทุกความต้องการของเขาจะได้รับการตอบสนองด้วยความรักที่มั่นคงจากพ่อแม่เสมอ แรงขับเคลื่อนในการพัฒนาและเรียนรู้โลกกว้างของลูกก็จะเปี่ยมพลังมากขึ้น และวิธีที่จะทำให้ลูกรู้สึกดังกล่าวได้ คืออ้อมกอดอบอุ่นและสายตาของพ่อแม่ที่มองสบตาลูกทุกครั้ง
ส่วนเรื่องที่จะช่วยให้ลูกพัฒนาภาษาและกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้มากขึ้นนั้น คือการได้พบปะผู้คน ได้เรียนรู้ที่จะพูดเพื่อสื่อสารกับคนอื่นๆ ถึงความรู้สึกของตน ความต้องการของตนที่อยากให้คนอื่นได้รู้และเข้าใจ ซึ่งเท่ากับช่วยพัฒนาความสามารถในการเรียนรู้ของลูกนั่นเอง

ทั้ง 6 ข้อไม่ใช่เรื่องยากเลยใช่ไหมคะสำหรับพ่อแม่ ยิ่งคุณทำได้ดี พัฒนาการทางสมองสติปัญญา และการเรียนรู้ของลูกน้อยก็จะยิ่งมีคุณภาพ และเปี่ยมศักยภาพมากขึ้นค่ะ

จาก: กองบรรณาธิการรักลูก
เรียบเรียงโดย www.พัฒนาการเด็ก.com
 

Copyright © 2011 - 2016 พัฒนาการเด็ก ส่งเสริมพัฒนาการเด็ก เลี้ยงลูกรักให้มีความสุขสมวัย