พัฒนาการเด็ก: ไวรัสโรต้า…สาเหตุโรคอุจจาระร่วงในเด็ก คู่มือเลี้ยงลูก หนังสือเสริมพัฒนาการ ของเล่นเสริมพัฒนาการ การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ อาหารเด็ก เด็กสองภาษา ดนตรีเพื่อลูกรัก นิสัยการนอน ฟันน้ำนมซี่แรก ภาษาลูกน้อย หน้าที่ของบิดามารดา เลี้ยงลูกให้ฉลาด เสริมสร้างความภูมิใจให้ลูก คู่มือเลี้ยงเด็ก

พัฒนาการเด็ก
ยินดีต้อนรับสู่ แหล่งข้อมูลเกี่ยวกับลูกน้อย
พัฒนาการลูกรัก ♥ ช้าไม่ได้ อ่านเลยนะคะ
ถ้าเห็นว่าเว็บไซต์นี้ดีมีประโยชน์ โปรดช่วยบอกต่อ

ไวรัสโรต้า…สาเหตุโรคอุจจาระร่วงในเด็ก

ไวรัสโรต้า…ตัวร้ายสำหรับลูกคุณ
โดย ผศ.ดร. ยุนี พงศ์จตุรวิทย์

        ในปัจจุบันนี้เชื้อไวรัสโรต้าอาจยังไม่เป็นที่คุ้นหูมากนักสำหรับพ่อแม่หรือประชาชนโดยทั่วไป ถ้าเทียบกับเชื้ออื่นๆที่ทำให้เกิดโรคอุจจาระร่วง เช่น อหิวาห์ บิด หรือทัยฟอยด์ เป็นต้น ทั้งๆที่ไวรัสตัวนี้มีและอยู่คู่กับการเจ็บป่วยของเด็กมาเป็นระยะเวลานานแล้ว คุณพ่อคุณแม่ทราบหรือไม่ว่า เชื้อไวรัสโรต้านี้เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เด็กเกิดโรคอุจจาระร่วง โดยเฉพาะในเด็กเล็ก

        โรคอุจจาระร่วงในเด็กหรือที่เรามักเรียกกันว่า “โรคท้องร่วง” มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อทั้งแบคทีเรียและไวรัส ซึ่งจากการศึกษาพบว่า ในประเทศไทย เชื้อไวรัสโรต้าเป็นสาเหตุที่สำคัญของการเกิดโรคอุจจาระร่วงเฉียบพลันในเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ปี โดยพบว่า ประมาณครึ่งหนึ่งของเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ปีที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลด้วยโรคอุจจาระร่วง มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อไวรัสโรต้า ดังนั้นจะเห็นได้ว่า เชื้อไวรัสโรต้าเป็นสาเหตุที่สำคัญของการเกิดโรคอุจจาระร่วงหรืออาการท้องร่วงในเด็กแรกเกิดถึงเด็กอายุ 5 ปี โดยกลุ่มอายุเด็กที่พบบ่อยคือ เด็กที่มีอายุ 6 เดือน ถึง 2 ปี สำหรับในทารกแรกเกิดก็มีโอกาสพบเชื้อนี้ในอุจจาระได้เช่นกัน แต่มักไม่มีอาการหรือมีอาการเพียงเล็กน้อย เนื่องจากได้รับการปกป้องจากภูมิคุ้มกันจากมารดา โดยเฉพาะในทารกที่กินนมแม่ เพราะในนมแม่จะมีสารที่ช่วยป้องกันและยับยั้งการแบ่งตัวของเชื้อไวรัสโรต้า

การระบาดและอาการที่พบ
        การระบาดของโรคอุจจาระร่วงจากเชื้อไวรัสโรต้านี้ สามารถพบได้ตลอดทั้งปี โดยในช่วงเดือนกันยายนถึงมีนาคมและในช่วงที่อากาศเย็นลง จะพบการติดเชื้อนี้ในเด็กมากขึ้น สำหรับระยะฟักตัวของเชื้อไวรัสโรต้านั้น พบว่า มีระยะฟักตัวประมาณ 24-48 ชั่วโมงก่อนจะเกิดอาการ โดยเด็กจะมีอาการถ่ายเป็นน้ำร่วมกับอาการไข้และอาเจียน ซึ่งถือว่าเป็นอาการสำคัญของโรคนี้ อาการถ่ายเป็นน้ำจะหายได้เองภายใน 3-7 วัน สำหรับอาการไข้และอาเจียน มักมีอาการในช่วง 2-3 วันแรกเท่านั้น อย่างไรก็ตามจากการศึกษาพบว่า โรคอุจจาระร่วงจากการติดเชื้อไวรัสโรต้าจะมีอาการขาดน้ำรุนแรงและต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลมากกว่าโรคอุจจาระร่วงจากการสาเหตุอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กเล็กที่มีอายุ 6 เดือน ถึง 2 ปี มีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดอาการรุนแรงมากที่สุด เนื่องจากโรคอุจจาระร่วงจากการติดเชื้อไวรัสโรต้าจะมีอาการและอาการแสดงที่คล้ายคลึงกับโรคอุจจาระร่วงจากการติดเชื้ออื่น ดังนั้นจึงเป็นการยากที่จะแยกโรคนี้ด้วยอาการที่พบเพียง อย่างเดียว จึงต้องอาศัยการตรวจพิเศษเพิ่มเติมทางห้องปฏิบัติการด้วย

การรักษา 
        การรักษาโรคอุจจาระร่วงจากการติดเชื้อไวรัสโรต้านั้น ในปัจจุบันยังไม่มียาหรือการรักษาโดยเฉพาะ ดังนั้นเมื่อเด็กป่วยจากการติดเชื้อไวรัสโรต้า แพทย์จะให้การรักษาตามอาการ ที่สำคัญ ได้แก่ การรักษาด้วยน้ำเกลือแร่ (ORS) แต่ในเด็กป่วยที่มีการสูญเสียน้ำและอิเล็คโทรลัยท์มาก หรือมีอาการอาเจียนมาก ทำให้ได้รับน้ำไม่เพียงพอ อาจจำเป็นต้องให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ รวมทั้งการรักษาโดยการปรับเปลี่ยนประเภทของอาหารและนมให้เหมาะสมกับเด็กป่วยด้วย ถ้าอาการไม่รุนแรง เด็กก็จะหายได้เองภายใน 2-3 วัน หรืออย่างช้าไม่เกิน 1 สัปดาห์ ดังนั้นการรักษาที่ถูกต้องและรวดเร็ว จะสามารถช่วยลดอัตราการป่วยที่รุนแรงได้

การป้องกัน
        การป้องกันการเกิดโรคอุจจาระร่วงจากการติดเชื้อไวรัสโรต้าที่สำคัญคือ การให้ความสำคัญกับการล้างมือบ่อยๆ การดูแลรักษาความสะอาดทั่วไป การดื่มน้ำที่สะอาด การรับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ๆ และการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ อย่างไรก็ตามก็ยังพบอัตราการเจ็บป่วยด้วยโรคอุจจาระร่วงจากการติดเชื้อไวรัสโรต้าในอัตราที่สูง ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากเชื้อไวรัสโรต้านี้มีความทนทานต่อสภาพแวดล้อมเป็นอย่างดี ปัจจุบันจึงมีการศึกษาคิดค้นการทำวัคซีนที่ช่วยป้องกันไวรัสโรต้าได้สำเร็จ และมีการนำวัคซีนดังกล่าวเข้ามาใช้ในประเทศไทยเมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งสาระความรู้เกี่ยวกับวัคซีนโรต้านี้จะนำมาเสนอในหัวข้อต่อไป...





มารู้จัก...วัคซีนโรต้ากันเถอะ
โดย  ผศ.ดร. ยุนี พงศ์จตุรวิทย์

        เราทราบกันแล้วนะคะว่า โรคอุจจาระร่วงจากเชื้อไวรัสโรต้านั้นไม่มีการรักษาเฉพาะ จึงจำเป็นต้องรู้วิธีการป้องกันการเกิดโรค โดยได้นำเสนอวิธีการป้องกันไปแล้ว สำหรับวิธีการป้องกันโรคอุจจาระร่วงจากเชื้อไวรัสโรต้าอีกวิธีหนึ่งคือ การให้วัคซีนโรต้า ซึ่งถือว่าเป็นแนวทางเลือกใหม่อีกวิธีหนึ่งสำหรับคุณพ่อคุณแม่ เรามาทำความรู้จักกับวัคซีนโรต้ากันหน่อยนะคะ


        วัคซีนโรต้าเป็นวัคซีนที่ใช้ป้องกันโรคอุจจาระร่วงจากการติดเชื้อไวรัสโรต้าในเด็กที่มีอายุน้อยกว่า 6 เดือน โดยวัคซีนนี้ไม่สามารถป้องกันโรคอุจจาระร่วงจากการติดเชื้ออื่นๆได้ ดังนั้นการนำวัคซีนโรต้ามาใช้จึงมีเป้าหมายหลักที่สำคัญคือ เพื่อลดความรุนแรงของโรคอุจจาระร่วงในเด็กเล็ก และช่วยลดโอกาสที่เด็กต้องเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาล

ประสิทธิภาพและคุณสมบัติของวัคซีนโรต้า
        จากการศึกษาพบว่า วัคซีนโรต้ามีประสิทธิภาพอยู่ได้นานอย่างน้อย 2 ปี โดยวัคซีนโรต้าที่ใช้ในปัจจุบันมีความปลอดภัยสูงและมีผลข้างเคียงน้อยมาก อาการข้างเคียงที่พบมีเพียงเล็กน้อย เช่น อาการไข้และถ่ายเหลว อย่างไรก็ตามวัคซีนโรต้านี้ยังไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อได้ทั้งหมด แต่สามารถลดความรุนแรงของโรคได้เท่านั้น กล่าวคือ เด็กที่ได้รับวัคซีนโรต้ายังมีโอกาสที่จะเกิดอาการท้องร่วงได้จากสาเหตุอื่นๆหรือจากการติดเชื้อชนิดอื่นรวมทั้งเชื้อไวรัสโรต้าเอง แต่อาการที่เกิดขึ้นมักจะไม่รุนแรง ดังนั้นการได้รับวัคซีนโรต้าจึงเป็นการช่วยลดความเสี่ยงที่เด็กต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล และลดอัตราการตายของเด็กป่วยได้อีกด้วย

ชนิดของวัคซีน
        ในปัจจุบันวัคซีนโรต้าที่ใช้อยู่ในประเทศไทยเป็นชนิดรับประทาน โดยใช้หยอดทางปากจำนวน 2 ครั้ง ครั้งแรกให้เมื่ออายุ 2 เดือน และครั้งที่ 2 ให้เมื่ออายุ 4-6 เดือน

ข้อควรระวัง
        ข้อควรระวังในการให้วัคซีนโรต้า คือ
        1.   ไม่ควรเริ่มให้วัคซีนโรต้าครั้งแรกในเด็กก่อนอายุ 1 เดือนครึ่งหรือมากกว่า 3 เดือน และไม่ควรให้วัคซีนในเด็กที่มีอายุมากกว่า 6 เดือน เนื่องจากยังไม่มีข้อมูลความปลอดภัยและประสิทธิภาพของวัคซีนในช่วงเวลาดังกล่าว
        2.   การให้วัคซีนโรต้าครั้งแรกควรห่างจากการให้วัคซีนป้องกันโรคโปลิโอชนิดหยอดอย่างน้อย 2 สัปดาห์
        3.   แม้ว่าโรคอุจจาระร่วงจากเชื้อไวรัสโรต้าจะพบได้บ่อยในเด็กเล็กที่มีอายุน้อยกว่า 5 ปี แต่การให้วัคซีนโรต้าเพื่อป้องกันควรให้แล้วเสร็จก่อนเด็กอายุ 6 เดือน

        จากสาระความรู้ที่นำเสนอมาข้างต้น จะเห็นได้ว่า วัคซีนโรต้าเป็นอีกแนวทางเลือกหนึ่งในการป้องกันโรคอุจจาระร่วงจากการติดเชื้อไวรัสโรต้าในเด็กเล็ก แต่ในปัจจุบันวัคซีนโรต้านี้ยังมีราคาแพง ความคุ้มค่าในการเลือกใช้วัคซีนโรต้าก็จะมีความแตกต่างกันไปในแต่ละครอบครัว ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่และท่านผู้ฟังก็ควรใช้ดุลยพินิจและปรึกษาหารือกันว่า ควรจะเลือกให้วัคซีนโรต้าแก่บุตรหลานของท่านหรือไม่


ขอขอบคุณข้อมูลจาก คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา
เรียบเรียงโดย ทีมงานพัฒนาการเด็ก

ถ้าเห็นว่าบทความนี้ดีมีประโยชน์กรุณาช่วยบอกต่อด้วยนะคะ
URL: www.พัฒนาการเด็ก.com/2016/01/Rota.html

4 comments:

คุณแม่น้องนีน่า กล่าวว่า...

ช่วงนี้น้องนีน่าท้องเสีย พาไปโรงพยาบาลตรวจพบไวรัสโรต้า เข้ามาแตือนคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ ให้ระวังเรื่องการดูแลรักษาความสะอาดทั้งอาหารและของเล่นของลูกน้อยด้วยนะคะ

Nattyfon กล่าวว่า...

ขอบคุนค่ะ

Crononut กล่าวว่า...

ขอบคุณครับ

Curtis กล่าวว่า...

อาการแบบนี้ต้องใช้ nod32 โปรแกรมป้องกันไวรัสรักษา...........................มุขคะขำ ๆ นะ

แสดงความคิดเห็น

 

Copyright © 2011 - 2016 พัฒนาการเด็ก ส่งเสริมพัฒนาการเด็ก เลี้ยงลูกรักให้มีความสุขสมวัย